Top 10 สุดยอดเครื่องเล่นแผ่นเสียงโคตรแพงที่สุดในโลก!!! | HOMETHEATERTHAILAND

ARTICLE

Big Boom

Reviewer

Top 10 สุดยอดเครื่องเล่นแผ่นเสียงโคตรแพงที่สุดในโลก!!!

อัพเดทเมื่อ : 2016-06-20 18:10:26

อ่าน : 2813 ตอบ : 0

Top 10 !!!

10 สุดยอดเครื่องเล่นแผ่นเสียงโคตรแพงที่สุดในโลก!!!

ปัจจุบันนี้ความนิยมในการฟังเพลงด้วยแผ่นเสียงไวนิลกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง จากคุณภาพเสียงที่มีมิติสูงและความกลมกล่อมจนรู้สึกได้ ให้รสสัมผัสมากกว่าการฟังจากแผ่นซีดี และวงการอุตสาหกรรมเพลงทั้งหลายก็ยังผลิตอัลบั้มใหม่ๆ ในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล จึงทำให้การฟังเพลงด้วยแผ่นเสียงคืนชีพมาอีกครั้ง

ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มาคุยกันถึงเรื่องคุณภาพเสียงหรือรีวิว แต่จะพาผู้อ่านไปยลโฉมหน้าของเครื่องเล่นแผ่นเสียง 10 เครื่อง อันได้ชื่อว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ก่อนจะเริ่มต้นกัน อยากให้เดาราคาของเครื่องเล่นที่แพงที่สุดไว้ในใจ มาดูกันว่าจะถูกหรือไม่ หากพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย...

10. TechDAS Air Force One
ราคา : 75,000 ปอนด์ หรือประมาณ 3.85 ล้านบาท



เริ่มต้นที่อันดับ 10 ก็มีราคาพาตกใจเสียแล้ว กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงดีไซน์ล้ำ นำชื่อของเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐใช้เป็นชื่อรุ่น วัสดุในการผลิตล้วนเป็นชนิดพิเศษระดับสูง และบางส่วนเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ในการสร้างเครื่องบินด้วย แป้นหมุนแผ่นเป็นแบบ Air Bearing หรือระบบลูกปืนที่อัดอากาศเพื่อยกเพลาให้ลอยขึ้น ให้ความราบรื่นไร้แรงเสียดทาน จะพบได้ในเครื่องเล่นไฮเอ็นด์ราคาสูงๆ เท่านั้น

9. Clearaudio Statement v2
ราคา : 92,500 ปอนด์ หรือประมาณ 4.75 ล้านบาท



Statement v2 ผลิตมาจากไม้กันกระสุน ประกบด้วยแผ่นอะลูมิเนียม ออกแบบโดยเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูงจาก Clearaudio เพื่อให้ได้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ รองรับโทนอาร์มได้มากถึง 4 ก้าน ซึ่งตัวแป้นหมุนของรุ่นนี้ ไม่ได้เป็นระบบ Air Bearing แต่ใช้เป็นระบบแม่เหล็ก ให้ความลื่นไหลไม่แพ้กัน

8. J.C. Verdier La Platine Magnum
ราคา : 95,000 ปอนด์ หรือประมาณ 4.88 ล้านบาท



La Platine Magnum เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางของแป้นหมุนมีขนาด 50 ซม. (แผ่นเสียงในรูปเป็นแผ่นขนาด 12 นิ้ว) มีน้ำหนักมากถึง 400 กก. เนื่องจากฐานเครื่องเล่นทำมาจากหินแกรนิต รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสไตล์วินเทจ เรียกความสนใจจากผู้พบเห็นได้อย่างไม่ยากเย็น

7. Rossner and Sohn MOTT
ราคา : 105,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5.4 ล้านบาท



MOTT ถูกยกให้เป็นมารดาแห่งเครื่องเล่นแผ่นเสียง ซึ่งเจ้าเครื่องเล่นนี้มีน้ำหนักรวมกว่า 325 กก. ด้านรายละเอียดต่างๆ ของสเป๊กเครื่องนั้นเป็นระดับ Top-End หรือระดับสูงที่สุดในการผลิตระบบการเล่นแผ่น รวมถึงแป้นหมุนระบบ Air Bearing ด้วย ไว้ใจได้ในศักยภาพการเล่นแผ่น เค้นเสียงออกมาได้แบบเนื้อๆ ซึ่งใครที่คิดจะสั่งเครื่องนี้อาจจะต้องรอกันหน่อย เพราะ MOTT ผลิตตามการสั่งจองเท่านั้น ใช้เวลาในการผลิตแต่ละเครื่องประมาณ 6 เดือน

6. OneDof One Degree
ราคา : 105,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5.4 ล้านบาท



รู้แล้วจะทึ่ง! One Degree เครื่องนี้ได้รับการออกแบบโดย Mr. Aleks Bakman วิศวกรอวกาศจากองค์การ NASA ซึ่งรับประกันเอาไว้เลยว่า ไร้ปัญหาเรื่องเสียงสะท้อนอย่างแน่นอน ด้วยของเหลวชนิดพิเศษ ใช้วัสดุการผลิตเป็นเหล็กเกรดเดียวกับกระสวยอวกาศ พร้อมด้วยแป้นหมุนที่ทำจากทองคำ 24 กะรัต ซึ่งเป็นทองคำที่มีความบริสุทธิ์ที่สุด นำมาสร้างความงามให้กับเครื่องเล่น

5. Basis Audio Work of Art
ราคา : 105,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5.4 ล้านบาท



นิยามการสร้างของอันดับที่ 5 นี้คือ "หล่อรวมการสรรสร้างของศาสตร์และศิลป์แห่งแผ่นเสียง" ที่จะให้ความบันเทิงผ่านทั้งหูและสายตา โดยเครื่องเล่นใช้เทคโนโลยีระบบสุญญากาศในการยึดแผ่นเสียงกับแป้นหมุน ทาง Basis Audio เคลมเอาไว้ด้วยว่าให้ความเรียบลื่นในการเล่น ไร้การสะเทือนหรือสะท้อนใดๆ อย่างแน่นอน

4. Transrotor Artus 
ราคา : 105,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5.4 ล้านบาท



Transrotor Artus ถูกออกแบบให้ระดับของแพลตฟอร์มการเล่นมีความสมบูรณ์ด้วยระบบ Gimbal สามารถกันการสั่นสะเทือน ทำให้มั่นใจได้ในความนิ่งของแกนหมุนไหลลื่นเป็นอิสระ ใช้อะลูมิเนียมและอะคริลิกเป็นวัสดุหลัก และยังมีฟีเจอร์การทำงานไร้สัมผัสด้วยสนามแม่เหล็ก พร้อมโทนอาร์มที่ให้สมดุลสูง ทั้งหมดอัดแน่นไว้ในน้ำหนักกว่า 500 กก.

3. Audio Consulting R-evolution Meteor
ราคา : 130,000 ปอนด์ หรือประมาณ 6.67 ล้านบาท



เป็นเครื่องเล่นชนิดใช้แบตเตอรี่ ใช้ไม้ทั้งต้นในการสร้าง ซึ่งเป็นไม้ที่ปล่อยให้แห้งเป็นเวลากว่า 20 ปี ใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ในการขัดเกลาผิวหน้าของไม้ด้วยมือของช่างไม้ผู้ชำนาญการ ออกแบบให้มี 2 เพลา ติดตั้งที่ภายในและภายนอกแป้นหมุน เพื่อหลีกเลี่ยงการสะเทือน รองรับโทนอาร์มได้ถึง 2 ก้าน

2. Goldmund Reference II
ราคา : 165,000 ปอนด์ หรือประมาณ 8.46 ล้านบาท



อดีตแชมป์เก่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่แพงที่สุดในโลก Goldmund Reference II เป็นรุ่นลิมิตเต็ด มีเพียง 25 เครื่องในโลกเท่านั้น ตัวเครื่องเล่นมีน้ำหนัก 25 กก. และกรอบทองเหลืองสำหรับป้องกันมอเตอร์มีน้ำหนักถึง 15 กก. และฟีเจอร์ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีสายพานไนโตรเจนเหลว ให้ความนิ่มนวลและลดเสียงที่ไม่ต้องการอย่างดีเยี่ยม

1. AV Designhaus Derenville VPM 2010-1 



มาถึงอันดับ 1 กันแล้ว กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีราคาแพงที่สุดในโลก Derenville VPM 2010-1 มีมอเตอร์ควบคุมความถี่เสียงถึง 2 ตัว ใช้เพลาที่ผลิตจากหินสังเคราะห์ Corian น้ำหนัก 60 กก. ตั้งบนฐานตั้งระบบถุงลม มี Laser Toe เป็นตัววัดองศา และใช้วงจรอินทิเกรด ยังมีกล้องระดับ HD และหน้าจอแสดงผลสำหรับตรวจสอบความไหลลื่นในการเล่น บวกกับรีโมตแบบทัชสกรีน 

ซึ่งราคาค่าตัวของมันนั้น จากที่เดาราคากันไว้แต่แรก มาดูกันว่าถูกหรือไม่ มูลค่าของ Derenville VPM 2010-1 อยู่ที่ 460,000 ปอนด์ หรือประมาณ 23.6 ล้านบาท!!! ต่างจากอันดับ 2 ชนิดก้าวกระโดดเลยทีเดียว เห็นแล้วอยากจะลองฟังเสียงกันให้เป็นบุญหู

หลังจากที่อึ้งกับราคา รวมถึงโฉมหน้าความสวยงามและศักยภาพของเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่แพงที่สุดในโลกทั้ง 10 เครื่องกันไปแล้ว สามารถอ่านรีวิวและบทความอื่นๆ ได้อีก และท่านใดที่ยังไม่ได้กดติดตามเพจ HOMETHEATERTHAILAND อย่าลิมกดติดตามกัน เพราะเร็วๆ นี้จะมีบทความน่าสนใจอะไรอีก รอชมกันได้ที่นี่ที่เดียว

ที่มา : whathifi.com
Tags:
  • Top10
  • Turntable
  • Expensive
  • OLED_TV_575x200.jpg
  • mhjhtt.jpg
  • LCD575.jpg
 
  
 
 
 
   

OTHER ARTICLES