คุ้มค่า!! ปลั๊กรางกรองไฟเพื่อปวงประชา รีวิว SurgeGuard SP-8E (v2.0) | HOMETHEATERTHAILAND

Review

ชานม

Reviewer

คุ้มค่า!! ปลั๊กรางกรองไฟเพื่อปวงประชา รีวิว SurgeGuard SP-8E (v2.0)

อัพเดทเมื่อ : 2016-02-02 14:35:36

อ่าน : 110118 ตอบ : 0

AC Power Distributor with Surge Protection
SurgeGuard SP-8E (v2.0)



คุ้มค่า!! ปลั๊กรางกรองไฟ
เพื่อปวงประชา !?


ในบรรดาอุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ ที่ดูจะให้ผลลัพธ์ส่งเสริมประสิทธิภาพซิสเต็มอยู่มากคงไม่พ้นเรื่องของ "คุณภาพไฟฟ้า" ซึ่งอุปกรณ์ที่รับหน้าที่นี้ได้อย่างชัดเจนคงไม่พ้น "เครื่องกรองไฟ" (Powerline Noise Conditioner) แต่แน่นอนว่าเครื่องที่ทำหน้าที่กรองไฟอย่างเป็นกิจลักษณะคุณภาพสูง ย่อมจะมีราคาที่สูงตามศักยภาพอยู่บ้าง กระนั้นปัจจุบันเราอาจเห็นคุณสมบัติกรองไฟ (EMI/RFI Noise Filter) เพื่อกรองสัญญาณรบกวนในระบบไฟฟ้าโดยผนวกมากับปลั๊กพ่วง หรือ ปลั๊กราง กับระดับราคาที่ปวงประชาเห็นแล้วชื่นใจ อีกทั้งยังได้ในเรื่องของความอุ่นใจเพิ่มมาด้วยอีกต่างหาก กับคุณสมบัติด้านการป้องกันไฟกระโชก (Surge Protection)

ไฟกระโชก (บ้างก็เรียกว่า ไฟกระชาก) หรือภาษาอังกฤษ Surge/Transient มันคืออะไร?

ไฟกระโชก (Surge/Transient) คือ ปรากฏการณ์ที่ระดับแรงดันไฟฟ้า (Voltage) และ/หรือกระแส (Current) ที่จ่ายเข้ามามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้นไฟกระโชกจึงมีส่วนที่คล้ายกับไฟเกิน (Over Voltage) ทว่าระดับของแรงดันไฟฟ้าที่เกินนั้น มีปริมาณสูงกว่าหลายเท่า จึงมีโอกาสสร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าได้มาก


จำเป็นไหมที่จะต้องป้องกันไฟกระโชก?

ไฟกระโชกอาจเกิดได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่อาจคาดเดาได้ อย่าง ฟ้าผ่า ไปจนถึงความผิดปกติของระบบจ่าย ไล่สเกลเล็กลงมาจนถึงปัญหาการติดตั้งใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน/สำนักงาน/โรงงาน ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไฟกระโชกจึงมิใช่จะเกิดขึ้นบ่อยในภาวะปกติ หากแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจสร้างผลเสียหายร้ายแรงขึ้นได้ ถ้าไม่มีการป้องกัน

โดยทั่วไปเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีระบบป้องกันแบบง่ายๆ ในการป้องกัน "กระแสเกิน" อยู่แล้ว (แต่ไม่ได้มีหน้าที่ป้องกัน Surge โดยตรง) ระบบป้องกันในที่นี้ก็คือ "ฟิวส์" ซึ่งในหลายๆ เคส พบว่า หากเกิดไฟกระโชกในระดับไม่รุนแรงมากนัก ฟิวส์จะขาด (เป็นการทำหน้าที่ปกติของฟิวส์ในการป้องกัน) หากทำการเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ ก็กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมครับ อย่างไรก็ดีหากมองในแง่ของประสิทธิภาพการป้องกันโดยอุปกรณ์ Surge Protection โดยตรง ย่อมจะครอบคลุม และมีเสถียรภาพดีกว่า อันจะควบรวมถึงเรื่องของระดับแรงดัน (Voltage) ที่สูงผิดปกติจาก Surge ด้วย (ฟิวส์ไม่ได้ป้องกันปัญหาระดับแรงดันเกินโดยตรง)

ในชีวิตประจำวันเราอาจเห็น ปลั๊กพ่วง-ปลั๊กราง-เครื่องกรองไฟ หลายๆ รุ่น ผนวกรวม Surge Protection มาด้วย แต่คุณสมบัติของ Surge Protection นั้นมีหลากหลาย ศักยภาพในการป้องกันก็ย่อมจะต่างกัน จุดทีควรพิจารณา คือ ดูว่า Surge Protection นั้นๆ ใช้เทคนิคอุปกรณ์แบบใด ส่วนใหญ่มักจะเป็น MOV (Metal Oxide Varistor) นอกจากนี้ยังต้องดูระดับการป้องกันว่าทำได้ดีมากน้อยเพียงใด ซึ่ง "รายละเอียดทางสเป็ก" ของ Surge Protection ที่ควรดู มีดังต่อไปนี้

Protection Mode จะบอกเป็นรหัส เช่น L-N, L-G, N-G จึงจะครบ หมายถึงการป้องกันครอบคลุมไฟกระโชกที่ผ่านเข้ามาทางไลน์ อ้างอิงจากสายไฟเส้นไหนบ้าง (ใน 3 เส้น คือ L-G-N)

Transient Energy ให้สังเกตตัวเลขที่แจ้งเป็นหน่วย Joules โดยเป็นการอ้างอิงปริมาณของพลังงาน (ไฟกระโชก) ที่อุปกรณ์ Surge Protection สามารถรับได้ มักจะอ้างอิงควบคู่กับ Transient Current (หน่วยเป็น Amps)

Response Time หรือระยะเวลาการตอบสนองในการป้องกันว่ารวดเร็วเพียงใด ตัวเลขนี้เป็นตัวบ่งบอกว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องรับพลังงานส่วนเกินจากไฟกระโชกอยู่นานเพียงใดก่อนที่ระบบป้องกันจะตอบสนอง (ป้องกัน) ตัวเลขยิ่งน้อยย่อมจะดีกว่า ซึ่งส่วนใหญ่หากวัดกันที่ระดับนาโนวินาที ก็ไม่เป็นประเด็นให้ต้องกังวลครับ (หากอุปกรณ์ป้องกันนั้นทำงานได้ตามมาตรฐาน)

อีกจุดหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อน คือ การป้องกันจาก Surge Protection ในปลั๊กพ่วง-ปลั๊กราง-เครื่องกรองไฟส่วนใหญ่ จะครอบคลุมเฉพาะการกระโชกที่ผ่านเข้ามาในไลน์สายไฟฟ้าเท่านั้น มิได้ควบรวมถึงการกระโชกทางอื่น อย่างฟ้าผ่าลงมาตรงๆ ทางเสาอากาศทีวี/วิทยุ (Antenna) การป้องกันที่ปลอดภัยที่สุด คือ หยุดใช้งานเครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ ขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง และควรทำการถอดปลั๊กไฟ และสายอากาศใดๆ ออกจากอุปกรณ์เครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์เสีย

จากปรากฏการณ์ที่ว่า พลังงานจะไม่สลายหายไปเองเสียเฉยๆ หากไม่ทำการระบายถ่ายเทพลังงานไปที่อื่น ก็ต้องทำการเปลี่ยนรูปพลังงานนั้น ไปเป็นพลังงานรูปแบบอื่น หลักการป้องกันพลังงานส่วนเกิน (กระแสไฟฟ้า) จาก Surge Protection/Noise Reduction ก็หนีไม่พ้นปรากฏการณ์ดังกล่าว แนวทางจะเป็นการถ่ายเทพลังงานลงสู่ดิน (Ground) นี่คือเหตุผลว่า เหตุใดจึงต้องใช้งาน Surge Protection / Noise Filter ร่วมกับระบบไฟฟ้าที่มีการติดตั้ง "ระบบสายดิน" (Ground System) ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เท่านั้น!



SurgeGuard เป็นสินค้าในหมวด เครื่องป้องกันลดทอนไฟกระชาก ฟ้าผ่า (Surge Suppressor) และสัญญาณรบกวน(Noise Filter) โดยมีรูปแบบเป็นปลั๊กราง ของบริษัท เซฟทรอนิคส์ ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงนี้มานานกว่า 17 ปี ในฐานะผู้ผลิต จำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหาทางไฟฟ้า โดยที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานสำคัญทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน  นอกเหนือจากเครื่องป้องกันลดทอนไฟกระชาก ฟ้าผ่า และสัญญาณรบกวนในซีรี่ส์ SurgeGuard แล้ว เซฟทรอนิคส์ ยังผลิตจำหน่ายเครื่องจ่ายสำรองไฟ (UPS), เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (Stabilizer), เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (DC Power Supply) ฯลฯ อีกด้วย


สำหรับรุ่นที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คือ ปลั๊กพ่วงกรองไฟของ Surge Guard ระดับราคาสบายกระเป๋า 3 รุ่น คือ SP-4Plus, SP-8Plus และ SP-8E (v2.0) ทั้งหมดบรรจุมาในบรรจุภัณฑ์แบบซองผ้าหนาสีดำ พร้อมหูหิ้ว (วัสดุใยสังเคราะห์คล้ายกับที่ทำกระเป๋า-เป้) ส่วนด้านหน้าเป็นพลาสติกใสหนา สามารถมองเห็นตัวสินค้าข้างในได้เด่นชัด


ด้วยการทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์ ด้านหลังจึงบออกสเป็กสินค้าเอาไว้ครบถ้วน ในภาพเป็นรายละเอียดของรุ่น SP-8E ซึ่งในส่วนของการทำหน้าที่ Surge Protection นั้น SP-8E รองรับ Transient Energy และ Total Transient Current ได้สูงถึง 3168 Joules / 68000 Amps เลยทีเดียว


อุปกรณ์ที่บรรจุอยู่ภายใน แน่นอนว่าต้องมีปลั๊กพ่วงกรองไฟ SurgeGuard (ในภาพเป็นรุ่น SP-4Plus) และจะมีแผ่นพับคู่มือการใช้งานเล็กๆ (ขนาด A4 พับ 3 ทบ) กับใบรับประกันสินค้า 24 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

ต่อไปมาดูรายละเอียดของแต่ละรุ่นกันครับ


 
Tags:
  • Surge protection
  • Power Line Noise Filter
  • LG webOS 3.0 TV_575 x 200px.jpg
  • 20170403.jpg
  • LCD575.jpg
  • OPPO 575x200.jpg
 
  
 
 
 
   

OTHER REVIEWS