สองศรีพี่น้องกรองไฟ รีวิวปลั๊กราง Surgeguard SP-2AV และ SP-6M | HOMETHEATERTHAILAND

Review

Boomerang

Reviewer

สองศรีพี่น้องกรองไฟ รีวิวปลั๊กราง Surgeguard SP-2AV และ SP-6M

อัพเดทเมื่อ : 2016-02-02 17:18:26

อ่าน : 29347 ตอบ : 0

สองศรีพี่น้องกรองไฟ รีวิวปลั๊กราง Surgeguard SP-2AV และ SP-6M

หากกล่าวถึงการเล่นเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ เราทุกคนต่างอัพเกรดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตัวเองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดถูกต้องไหมครับ? บ้างก็ใช้การสลับสับเปลี่ยนสายสัญญาณ บ้างก็ใช้การปรับจูนอะคูสติกของห้อง หลากหลายวิธีแตกต่างกันไป ทว่าหนึ่งในจุดสำคัญที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามคือเรื่องเกี่ยวกับระบบไฟ เพราะถือว่าเป็นต้นน้ำก่อนจะออกมาเป็นสัญญาณภาพและเสียงทั้งปวงในซิสเต็มของเรา


วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำปลั๊กราง Surgeguard ที่หลายคนอาจจะเคยผ่านตากันมาบ้างแล้วบนเว็บเรา เนื่องจากคุณชานมได้มีโอกาสทดสอบไปสองตัวด้วยกัน มาครั้งนี้ทาง Savetronic เจ้าของแบรนด์เลยส่งสินค้ามาให้เราเล่นทีเดียวสองตัวด้วยกัน นั่นก็คือ SP-2AV และ SP-6M ที่มีจุดเด่นในการใช้งานแตกต่างกันออกไป เอาเป็นว่าตามมาดูเลยครับว่าแต่ละตัวมีดีอย่างไรและเหมาะจะไว้ทำอะไรบ้าง

ราคาตั้ง Surgeguard
SP-2AV = 2,800 บาท
SP-6M = 2,700 บาท





เรามาไล่เรียงดูการดีไซน์กันไปทีละส่วนก่อนเลยครับ เริ่มจากตัวนี้ก่อนเลย SP-2AV
ขนาดเล็กกระทัดรัดกำลังดี
SP-2AV นับว่าเป็นปลั๊กรางกรองไฟที่อยู่ในซีรี่ย์เดียวกับ SP-8AV ที่คุณชานมได้เคยรีวิวให้ชมกันไปบ้างแล้ว แน่นอนว่าเมื่อมีคำว่า "AV" ต่อท้าย ย่อมเป็นการบ่งบอกถึงความเฉพาะเจาะจงที่เกิดมาเพื่อนักเล่นเครื่องเสียงตัวฉกาจที่ให้ความสำคัญกับระบบไฟ เพื่อผลลัพธ์ปลายทางที่ดีที่สุด

ตัวถังด้านนอกเป็นอะลูมิเนียมสีธรรมชาติทั้งตัว เว้นเพียงแค่ส่วนหน้าปัดด้านหน้าที่ทำขึ้นมาจากอะลูมิเนียม Silver Anodize หนา 6 มม ตัวปลั๊กสีส้มแปร๊ดแรงฤทธิ์เกรด Heavy Duty ของ Salzer โดยในเวอร์ชั่นนี้ทาง Surgeguard เลือกที่จะใช้เต้ารับแบบหัวกลมมาตรฐานสากลเสียบได้ทุกปลั๊ก ซึ่งจะต่างจากโมเดลก่อนหน้าที่จะเป็นแบบหัวแบนที่เหมาะกับปลั๊กแบบ Type A, B เท่านั้น นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงให้เข้าถึงผู้ใช้ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง


ด้านหลังเป็นไฟแสดงสถานะการทำงานสองดวงซึ่งได้แก่ Protection และ Fault Wiring แบบเดียวกับที่มีอยู่บนผลิตภัณฑ์ของทาง Surgeguard หลายๆ รุ่น ด้านล่างคือ Ground สำหรับต่อพ่วงสายดินแบบต่างหาก เหมาะกับท่านที่อาศัยในอาคารที่มีอายุเยอะๆ ซึ่งไม่ได้ทำการเดินสายดินเอาไว้แล้วต้องมาติดตั้งเพิ่มเติมเข้ากับแท่ง Ground Rod ก็สามารถพ่วงสายมาเชื่อมต่อเข้าที่จุดนี้ได้

ส่วนทางด้านขวาก็จะเป็นช่องเสียบแบบ IEC Inlet 3 ขา พร้อมขากราวด์เพื่อความปลอดภัย ซึ่งถ้าเกิดว่าที่บ้านไม่มีระบบสายดิน ก็จะไม่สามารถเสียบได้ ทางทีมงานแนะนำเบื้องต้นว่าให้หาตัวแปลง 2 ขา มาใช้งานแก้ขัดไปก่อน อย่างไรก็ตามทีมงานไม่แนะนำให้หักขากราวด์ทิ้งเด็ดขาด! เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ ฉะนั้นแล้วหากพิจารณาติดตั้งระบบสายดินได้ก็ควรที่จะทำครับผม เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน นอกจากนี้อุปกรณ์ของท่านจะยังทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้นอีกด้วย



อีกตัวนึงที่ส่งมาให้เราทดสอบพร้อมกันก็คือ SP-6M ในสไตล์เดียวกันกับ SP-8Plus คือเป็นโลหะสีดำแข็งแรง สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ช่องไหนทำงาน โดยจะมีสวิตช์ต่างหากมาให้ในช่อง 2-5 ส่วนช่อง 1 ที่เป็น High Power คือไม่ผ่านวงจรกรองนอยซ์อะไรเลย จะทำงานพร้อมกับเมนสวิตช์ทันทีที่เราเปิดเครื่องครับ


ด้วยความที่เป็นรุ่นเน้นความคุ้มค่าและต้องการให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ SP-6M จึงไม่ได้พกเอาความสามารถในการเปลี่ยนสายไฟมาด้วยครับ แต่ตัวสายที่ติดมากับเครื่องก็นับว่ามีความยาวเพียงพอต่อการใช้งานแทบจะทุกรูปแบบ และมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าปลั๊กทั่วไปตามท้องตลาดอยู่พอสมควร โดยมีขนาดตัวนำประมาณ 1.3 ตร.มม.

ตัวเครื่องใช้ระบบ Breaker Fuse ที่สามารถกดปุ่มเพื่อ Reset ให้ Breaker กลับมาใช้งานใหม่ได้กรณีที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกินกำหนด ซึ่งจะแตกต่างกับฟิวส์แบบเส้นลวดที่จะละลายและขาด ต้องเปลี่ยนใหม่อย่างเดียว ถัดจากฟิวส์ก็จะเป็นเมนสวิตช์สำหรับปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ระบบ โดยจะเป็นสวิตช์เกรดสูงเหมือนกับในรุ่นท็อปๆ อย่าง SP-8AV กันเลยทีเดียว ถือว่าไม่ธรรมดา


บริเวณโซนเต้ารับก็จะมีไฟบอกสถานะ 2 อย่างเช่นเดียวกับ SP-2AV โดยรูปแบบของไฟแสดงผลสามารถอ่านได้จากตารางด้านบนได้เลย เพราะมีการแสดงผลที่คล้ายคลึงกันครับ
Tags:
  • Surgeguard
  • SP-2AV
  • SP-6M
  • กรองไฟ
  • กันไฟกระชาก
  • 20170403.jpg
  • OLED_Movie_575x200.jpg
  • LCD575.jpg
 
  
 
 
 
   

OTHER REVIEWS