รีวิว Tenda N150 - รีวิว Tenda N150 - เพียงแค่มี Wireless Router ตัวนี้ตัวเดียวก็สามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชันแล้วจ้า | HOMETHEATERTHAILAND

Review

Oatstate

Reviewer

รีวิว Tenda N150 - รีวิว Tenda N150 - เพียงแค่มี Wireless Router ตัวนี้ตัวเดียวก็สามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชันแล้วจ้า

อัพเดทเมื่อ : 2016-02-18 15:58:36

อ่าน : 13849 ตอบ : 0

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านกลับมาพบกันอีกแล้ว จากที่กระผมได้รีวิวและนำเสนอ Wireless Router รุ่นสูงๆ ไปแล้วหลายรุ่นมาในวันนี้ก็ได้มี Wireless Router ขนาดเล็กเหมาะแก่การพกพามานรีวิวให้ได้รับชมกัน โดยเจ้าอุปกรณ์ Network ตัวที่ว่านี้ทางบริษัท เพล็นตี้ คอมพิวเตอร์ จำกัด ได้ทำการจัดส่งมาให้ทางเราได้ทดสอบและรีวิวเหมือนเช่นเคย ซึ่งบริษัทดังกล่าวก็เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Wireless Router แบรนด์ "Tenda" ที่เรารีวิวกันอยู่เป็นประจำนั่นเอง สำหรับ Wireless Router ที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้จะเป็นรุ่นใดนั้นเดี๋ยวคงได้ทราบกัน


Tenda Wireless Router รุ่น N150
ราคา 780 บาท

ซึ่งเจ้า Wireless Router ที่กระผมได้นำมารีวิวในวันนี้ก็คือ Tenda รุ่น N150 อัดแน่นด้วยฟังก์ชันพื้นฐานและฟังก์ชันเสริมมากมายอย่างเช่น การรองรับการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายผ่านทาง Wi-Fi ทั้งมาตรฐาน IEEE 802.11b, IEEE 802.11g และ IEEE 802.11n ที่ความเร็วในการ รับ-ส่ง สัญญาณไร้สายสูงสุดที่ 150 Mbps

นอกจากมันจะรองรับฟังก์ชันการใช้งานในรูปแบบปกติแล้ว Tenda N150 ยังรองรับการใช้งานเป็นอุปกรณ์ทวนสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายหรือ Repeater
Mode ในรูปแบบ "Universal Repeater" ได้อีกด้วย จากคุณสมบัติเด่นที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะตอบโจทย์การใช้งานจริงได้เพียงใดนั้นเดี๋ยวเราคงได้ไปทดสอบกันเหมือนเช่นเคย ทั้งนี้หลายๆ ท่านต้องแอบสงสัยกันใช่ไหมล่ะว่าตัวนี้ประกันอย่างไร? ต้องขอตอบเลยว่า "รับประกันตลอดชีพ!!" เสียเปลี่ยนใหม่ทันทีแต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขของการรับประกันนะจ๊ะ

มาดูสเปคคร่าวๆ ของเจ้า Tenda N150 กันสักหน่อย คุณสมบัติเบื้องต้นมีดังนี้
Hardware Features
Protocols & Standards - IEEE 802.3/3U
- IEEE 802.11b/g/n
Wired Interface - WAN 1 Port (10/100Mbps)
- LAN 3 Port (10/100Mbps)
Antenna - 5dBi Omni Directional antena (Fixed Type)
Button - Reset/WPS Button
Wireless Features
Wireless Link Rate - IEEE 802.11n: up to 150Mbps
- IEEE 802.11g: up to 54Mbps
- IEEE 802.11b: up to 11Mbps
Frequency Range (GHz) - 2.412GHz to 2.472GHz
Working Mode - Universal Repeater
- AP
- WISP
- WDS Bridge



จากที่ได้เกริ่นถึงสเปคคร่าวๆ ของ Tenda N150 ซึ่งเป็น Wireless Router ขนาดเล็กที่มาพร้อมกับฟังก์ชันรองรับการใช้งานอย่างครบครันเหมือนกับ Wireless Router รุ่นใหญ่ของ Tenda เองเลยล่ะ นอกจากนี้รูปร่างหน้าตาของตัวเครื่องยังได้รับการดีไซน์ให้มีลักษณะหรูหราและมีความพรีเมียมในตัว เมื่อมองแวบแรกหากไม่เห็นเสาอากาศหลายๆ ท่านอาจจะคิดว่ามันคือ Apple TV ก็เป็นได้ หากจะพูดความยาวสาวความยืดเดี๋ยวจะหาว่าไอ้นี่มันอวยนี่หว่าเอาเป็นว่าเราไปเริ่มตั้งแต่ยังไม่ได้แกะกล่องเลยก็แล้วกันจ้า


ตัวกล่องของผลิตภัณฑ์ทาง Tenda ยังคงเลือกใช้สีขาวเป็นสีพื้นของกล่อง และใช้สีส้มที่เป็นสีหลักของแบรนด์ พร้อมกับใช้โทนสีเขียวให้ดูแล้วสบายตาเหมือนเช่นเคย แถมบนกล่องยังมีแปะข้อความ "Lifetime Warranty" ด้วย

โดยที่บริเวณรอบตัวกล่องได้มีการสกรีนรายละเอียดจำพวกลูกเล่นเด่นๆ ของ Tenda N150 ไว้ไม่ว่าจะเป็นการรองรับการทำเป็น Repeater แบบ Universal Repeater ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Wireless Router จากทุกค่ายในโลก หรือแม้แต่จะเป็นการการันตีคุณภาพการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยการใช้ชิปของ "Broadcom" ที่มีชื่อเสียงในด้านการประมวลผลบนอุปกรณ์ไร้สาย เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนกล่องนี้เป็นตัวช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายว่าเหมาะกับงานที่เราจะนำไปใช้งานหรือไม่?


หากแกะกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงตัวเครื่องที่ใส่มาให้ภายในกล่องอย่างเป็นระเบียบ

สิ่งของภายในชุดที่ผู้ใช้งานจะได้รับก็ไม่ได้มีอะไรมากมายเพียงแต่ประกอบไปด้วย
1. ตัวเครื่อง Wireless Router รุ่น N150 จำนวน 1 ตัว
2. สาย LAN CAT5 จำนวน 1 เส้น
3. อแดปเตอร์แปลงไฟขนาด 9V 0.6A จำนวน 1 ตัว
4. คู่มือและแผ่นซีดีสำหรับติดตั้ง จำนวน 1 ชุด


ตัวของ Tenda N150 จะปกคลุมไปด้วยพื้นผิวสีขาวทั้งตัวเครื่องชนิดที่ว่าไม่มีสีอื่นรอดมาให้เราได้สะดุดตาเลย แม้แต่นิดในส่วนของตัวบอดี้นั้นทำมาจากพลาสติกเกรดสูงหล่อขึ้นรูปเป็นสองชิ้น แล้วประกบเข้าหากันทำให้ไม่เห็นรอยต่อเลยล่ะจ้า


ซึ่งสังเกตได้จากขอบทั้ง 4 มุมของ Wireless Router ที่มีขอบมนพริ้วไหวประดุจดังทุกสิ่งอย่างถูกหลอมรวมขึ้นมาเป็นชิ้นเดียว แต่จริงๆ แล้วหารู้ไม่ว่ามันคือวัสดุ 2 ชิ้นประกบกัน


มาดูกันที่รายละเอียดของฝาด้านบนจะใช้การปั้มรายละเอียดของไฟบอกสถานะแต่ละดวงลงไปบนเนื้อพลาสติกแทนการสกรีนด้วยน้ำหมึก ส่วนของโลโก้ก็ยังใช้การปั้มลงไปเหมือนเช่นเคย


ดูในส่วนของด้านบนและรอบๆ เครื่องไปแล้ว ขอพลิกมาดูที่ด้านใต้ของตัว Tenda N150 กันบ้าง

จากที่ได้เห็นเจ้า Tenda N150 ตัวเป็นๆ เมื่อแรกพบกระผมก็คิดว่าเห้ยนี่มันน้องของ Apply TV รึป่าวเนี่ย แต่ที่น่ากลัวสุดๆ คือกระผมเห็นว่าดีไซน์ของตัวเครื่องมันปิดทึบทั้งตัวเลยเหรอแล้วความร้อนล่ะมันจะถูกระบายออกทางช่องไหน ซึ่งหลายๆ คนที่ใช้งานอุปรณ์จำพวกนี้มักเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงกันอยู่แล้ว

แน่นอนว่าหลายๆ ท่านทราบกันดีว่า Wireless Router มักจะมีความร้อนสะสมมากอยู่พอสมควรอาจจะมีอาการค้างหรือแฮงค์ได้ถ้าตัวบอดี้ไม่ได้ถูกออกแบบช่องสำหรับระบายความร้อนไว้ แต่จากการพลิกมาดูที่ด้านใต้ของ Tande N150 พบว่ามีการทำช่องสำหรับให้ความร้อนระบายออกมาไว้เต็มพื้นที่ แถมยังมีขารองมาให้ครบทั้ง 4 มุมทำให้เวลาวางกับพื้นท้องของเครื่องจะไม่แนบชิดกับพื้นมากจนเกินไปนั่นเอง



ผ่านส่วนของดีไซน์เรียบหรูที่มาพร้อมกับรูปร่างหน้าตาเพรียวบางขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป แถมยังสามารถพกพาไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ ในบางวาระและบางโอกาสได้อีกด้วย ทีนี้มาถึงคิวของช่องต่อกันบ้างแล้วสินะ สำหรับส่วนที่เป็นช่องต่อของ Wireless Router นั้นกระผมคิดว่ามันค่อนข้างมีความสำคัญมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะพอร์ต LAN ที่ใส่มาบนตัวเครื่องต้องดูกันสักนิดหนึ่งว่าที่ใส่มาให้นั้นมีความเท่าเทียมกับของแบรนด์อื่นๆ หรือไม่?

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันหลายๆ ท่านจะหันไปให้ความสำคัญกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi แต่การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางสายสัญญาณก็ยังคงมีความได้เปรียบอยู่ดีในเรื่องของความเสถียร ซึ่งเราอาจจะจำเป็นต้องใช้งานมันในบางโอกาสอย่างเช่น การแชร์ไฟล โอนไฟล์ ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือการแชร์ไฟล์บนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจำพวก NAS (Network Attached Storage) ก็ยังคงต้องใช้อยู่เหมือนกัน


เอาเป็นว่าถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มดูพอร์ตที่อยู่บนตัวของ Tenda N150 กันดีกว่า

จากภาพด้านบนจะสังเกตเห็นได้เลยว่ามีพอร์ต RJ45 (LAN) มาให้ใช้งานทั้งหมด 4 พอร์ตอย่างแน่นอน โดยการทำงานหลักๆ จะแบ่งออกเป็นพอร์ต WAN ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจำนวน 1 พอร์ต ส่วนอีก 3 พอร์ตที่เหลือจะเป็นพอร์ต LAN ซึ่งทั้งหมดนี้รองรับมาตรฐานความเร็วที่ 10/100 Mbps เท่านั้นแอบเสียดายนิดๆ ว่าทาง Tenda น่าจะทำให้รองรับความเร็วแบบ Gigabit Ethernet 1000 Mbps ไปเลยน่าจะครอบคลุมช่วงของความเร็วได้มากกว่า นอกจากนี้ที่ด้านหลังของตัว Wireless Router ยังมีปุ่ม WPS ที่สามารถใช้เป็นปุ่ม Reset ได้ในปุ่มเดียวมาให้ใช้งานด้วยเช่นกัน


เมื่อลองต่ออแดปเตอร์จะเห็นว่าไฟแสดงสถานะจะเป็นไฟ LED สีเขียวออกเหลืองๆ ตามภาพ

เอ๊ะ!! เกือบลืมพูดถึงเรื่องของเสา รับ-ส่ง สัญญาณไปเลยตัวเสาที่ติดมากับเครื่องจะเป็นแบบ Omni Directional Antenna มีขนาดความเข้มของสัญญาณอยู่ที่ 5dBi โดยเสาที่ว่านี้จะมีลักษณะการกระจายสัญญาณคล้ายๆ กับผลของแอปเปิ้ล ทั้งนี้ตัวเสา รับ-ส่ง ที่ใส่มาให้นั้นไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ส่วนตัวแล้วกับเสาขนาดนี้ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานอยู่นะ
Tags:
  • Tenda N150
  • Router Review
  • Wireless Router
  • Router
  • Universal Repeater
  • Repeater
  • LG webOS 3.0 TV_575 x 200px.jpg
  • Banner BTW-X6-01.jpg
  • OPPO 575x200.jpg
  • LCD575.jpg
 
  
 
 
 
   

OTHER REVIEWS