รีวิว The New CloudHD HDTV Smart Box - เครื่องเดียวครอบจักรวาล ใช้เป็นเครื่องรับดิจิตอลทีวีได้ในตัว | HOMETHEATERTHAILAND

  • 20161228 980x200-Yamaha.gif

Review

Oatstate

Reviewer

รีวิว The New CloudHD HDTV Smart Box - เครื่องเดียวครอบจักรวาล ใช้เป็นเครื่องรับดิจิตอลทีวีได้ในตัว

อัพเดทเมื่อ : 2017-08-06 20:34:32

อ่าน : 17828 ตอบ : 0

หลังจากที่มีหลายๆ ท่านได้ไถ่ถามกันมาอย่างอุ่นหนาฝาคั่งว่าปัจจุบันนี้มีเครื่องเล่น HD Player ตัวไหนบ้างที่รองรับทั้งการใช้งานเป็นกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 และสามารถใช้เป็นเครื่องเล่นไฟล์มัลติมีเดียได้ภายในตัวเดียวเหมือนกับที่ล่าสุด ได้มีผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายหนึ่งที่ได้เปิดตัวกล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่รองรับการใช้เป็นกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 ได้ในตัวกันไปเมื่อเร็วๆนี้

ซึ่งข้อดีที่พักหลังมานี้ผู้ผลิตหลายรายได้หันมารวมเอาความสามารถและลูกเล่นหลายๆ อย่างของ Android box, HD Player และ DVB-T2 Set-top box มารวมไว้ในเครื่องเดียวกัน จึงทำให้ในแง่ของการใช้งานจริงเราไม่จำเป็นที่จะต้องสลับเครื่องเล่นไปมาให้ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน ยิ่งถ้าทีวีของท่านไหนมีช่องต่อเพียงไม่กี่ช่องก็ยิ่งจะลำบากกันไปใหญ่เลย เพราะเราจะต้องสลับไปมาระหว่างเครื่องเล่นแต่ละเครื่องนั่นเอง
 
The New CloudHD HDTV Smart Box
ราคา
2,990 บาท

"โปรโมชัน พิเศษ! ตอนนี้... แถมฟรี แอร์เมาส์ ทัชแพดคีย์บอร์ด หรือหูฟังบลูทูธ (ที่ร้าน Digilife)"


สำหรับตัวของ The New CloudHD HDTV Smart Box ที่ทางเราได้นำมารีวิวในวันนี้จะมาในรูปแบบของเครื่องเล่น HD Player ที่มาพร้อมกับ DVB-T2 จูเนอร์ในตัว โดยการใช้งานนั้นเราสามารถสลับไปมาได้ทันทีเลยล่ะ

ในส่วนของขุมพลังของ CloudHDTV นั้นจะใช้ Coretex-A5 Quad core 1.5GHz และใช้หน่วยประมวลผลภาพเป็น GPU Quad Core: Mali-450 พร้อมกันนี้ยังได้ติดตั้งแรมขนาดความจุ 1GB DDR3 และให้พื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลภายในตัวที่มากถึง 8GB กันเลยทีเดียว

ส่วนสเปคอื่นๆ ของเจ้า CloudHDTV ตัวนี้สามารถดูได้ที่ด้านล่างนี้เลย
The New CloudHD HDTV Smart Box
Chipset Processor: Quad Core Amlogic S805 Cortex-A9
GPU 4 Core Mali-450
Digital TV Tuner Panasonic DVB-T2 (built-in)
RAM SDRAM: 1GB DDR3, Memory Internal: Flash 8GB
Operation System Android KitKat 4.4
Iput & Output Ports Micro SD Slot, USB Type A (x 3), LAN, AV, Optical, HDMI and Other
Communacation Wi-Fi IEEE 802.11b/g/n and Bluetooth
Power Adaptor 5V 2A
Weight 190g
Dimensions 13.8 x 16.6 x 2.8 cm




หลังจากที่ได้เกริ่นถึงจุดเด่นและความสามารถของ CloudHDTV กันไปแบบคร่าวๆ เมื่อครู่นี้แล้ว ก่อนอื่นต้องขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาไล่ดูกันที่งานดีไซน์ของตัวเครื่องเล่นกันสักเล็กน้อย


ตัวกล่องมาพร้อมกับดีไซน์เรียบๆ มีการบอกจุดเด่นของตัวเครื่องเล่นไว้บริเวณรอบๆ ของตัวกล่อง

โดยที่ด้านหน้าของกล่องจะมีการสกรีนคำว่า "The New CloudHD" ไว้แบบตัวเป้งๆ เลย สำหรับโลโก้ที่สามารถชูจุดเด่นของตัวเครื่องเล่นได้นั้นก็เห็นจะเป็นส่วนของโลโก้ Android และ DVB-T2 ที่มีการสกรีนมาให้เห็นอย่างชัดเจนที่ด้านบนกล่อง


เมื่อได้ทำการเปิดกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใส่มาให้ได้ใช้งานคู่กับ CloudHDTV โดยอุปกรณ์ที่แถมมานั้นก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนักเน้นที่การใช้งานเสียมากกว่า

อุปกรณ์ทั้งหมดที่อยู่ภายในกล่องนั้นจะประกอบไปด้วย

1. อะแดปเตอร์สำหรับจ่ายไฟให้กับตัวเครื่องเล่น จำนวน 1 ชิ้น
2. สายสัญญาณ HDMI จำนวน 1 เส้น
3. รีโมทคอนโทรล จำนวน 1 ชิ้น
4. คู่มือแนะนำการใช้งาน จำนวน 1 เล่ม


มาดูที่หน้าตาของตัวเครื่องจริงกันต่อ ซึ่งวัสดุที่ใช้ขึ้นรูปตัวบอดี้ของ CloudHDTV ทั้งหมดนั้นจะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกอย่างดีทั้งหมด โดยพื้นผิวส่วนใหญ่จะเป็นสีดำและมีลักษณะมันเงา (Glossy) เกือบแทบทั้งหมด


หน้าตาของรีโมทคอนโทรลนั้นก็ยังคงใช้โทนสีดำให้สอดคล้องกับโทนสีของตัวเครื่องเล่น โดยส่วนที่เป็นปุ่มกดจะเป็นแบบ 45 คีย์ รองรับการใช้งานควบคุมดิจิตอลทีวี DVB-T2 และใช้สั่งงานเล่นไฟล์ได้ในตัว



เนื่องจากตัวของเจ้า CloudHDTV ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android ทำให้บางครั้งการนำไปใช้งานจริงที่ควบคุมผ่านทางรีโมทคอนโทรลที่ติดมาให้เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สะดวกมากนัก ทำให้เวลาที่เราจะเลือกซื้อเครื่องเล่นประเภทนี้อาจจะต้องดูส่วนที่เป็นพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์จำพวกเมาส์หรือคีย์บอร์ดเผื่อเอาไว้ด้วย ซึ่งโดยมาตรฐานแล้วควรจะมีอย่างน้อยสัก 3 พอร์ตจะดีที่สุด
 

โดยส่วนที่เป็นพอร์ต USB ที่เอาไว้สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกติดตั้งมายังบนตัวของ CloudHDTV นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเลยล่ะ

จากพอร์ต USB ที่แถมมาให้มากถึง 3 พอร์ต ทำให้เวลานำไปใช้งานเราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเมาส์ คีย์บอร์ด และฮาร์ดดิสก์แบบพกพาจากภายนอกได้พอดี โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องสลับหรือดึงอุปกรณ์บางตัวออกเลยแม้แต่นิดเดียว หรือถ้าหากใครใช้เป็นเมาส์และคีย์บอร์ดแบบไรสายก็จะประหยัดพอร์ต USB ลดลงไปอีกหนึ่งพอร์ตเลยก็ว่าได้
 

สำหรับพอร์ตเชื่อต่อที่อยู่ทางด้านหลังนั้นจากภาพด้านบนจะเห็นว่าครบครันมากๆ แต่ส่งที่แปลกตาขึ้นมาก็คงจะเป็นพอร์ตสำหรับต่อเข้ากับสายอากาศรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 ที่อยู่ทางด้านซ้ายของภาพ
 
ตัวของพอร์ตที่ถูกติดตั้งไว้ทางด้านหลังของ CloudHDTV จะประกอบไปด้วย
1. ช่องต่อสัญญาณดิจิตอลทีวี In จำนวน 1 พอร์ต
2. ช่องต่อสัญญาณดิจิตอลทีวี Out จำนวน 1 พอร์ต
3. ช่องต่ออะแดปเตอร์จ่ายไฟ จำนวน 1 พอร์ต
4. ช่องต่อ mini A/V จำนวน 1 พอร์ต
5. ช่องต่อสัญญาณเสียงดิจิตอลแบบ Optical จำนวน 1 พอร์ต
6. ช่องต่อ Enternet LAN 10/100 จำนวน 1 พอร์ต
7. ช่องต่อ HDMI จำนวน 1 พอร์ต
8. ช่องใส่การ์ด microSD จำนวน 1 พอร์ต
 



เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยสำหรับรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวของเครื่องเล่นตัวนี้ ซึ่งในส่วนของรูปลักษณ์และหน้าตานั้นก็มาในขนาดกะทัดรัดหาที่วางได้ง่าย ทีนี้ก็ต้องขอพาคุณผู้อ่านมายังส่วนของการใช้งานจริงกันต่อเลย มาดูซิว่าเจ้า CloudHDTV นั้นจะมีความแตกต่างกับ Android Box ทั่วไปอย่างไร ถ้าหากพร้อมแล้วไปเริ่มไล่ลงรายละเอียดกันได้เลย


เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรกจะพบกับหน้าเมนูหลักหรือ Dashboard ที่มีการจัดเรืยงหน้าแอพพลิเคชันที่ติดมากับตัวเครื่องไว้อย่างเรียบร้อยและดูน่าใช้งาน

โดยที่หน้าเมนู Dashboard จะมีเมนูต่างๆ ที่ประกอบด้วยส่วนของ Home, Apps Center, Smart Apps และ Settings ซึ่งถ้าหากเราลอกกดเข้าไปก็จะพบว่าตัวของไอคอนเมนูต่างๆ จะมีการจัดวางไว้เหมือนกับที่หน้าเมนูหลัก (Home)


ลองเลื่อนมาที่เมนู Apps Center กันสักเล็กน้อย จากภาพด้านบนจะเห็นว่ามีไอคอน Play Store ที่เอาไว้ใช้สำหรับเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่หน้าสนใจใน Google Play นั่นเอง

โดยที่ส่วนของ Apps Center เราสามารถที่จะแบ่งประเภทของแอพพลิเคชันแต่ละตัวที่เราดาวน์โหลดมาใช้งานได้ ซึ่งเบื้องต้นจะมีการแบ่งส่วนที่เป็น My APPs และ Media Player มาไว้ให้ก่อน ทั้งนี้เราสามารถเพิ่มไอคอนของแอพฯ ที่เรามีการใช้งานบ่อยไว้ที่ส่วนนี้ได้อีกด้วย ทำให้สะดวกไม่ต้องเสียเวลาหาเมื่อต้องการใช้งาน


ซึ่งส่วนของ Google Play Store นั้นถ้าได้ทำการใส่ Google Account ไปเรียบร้อยแล้วก็จะมีหน้าตาเช่นนี้ โดยเราสามารถเลือกดาวน์โหลดแอพพลิเคชันมาใช้งานได้ตามใจชอบของผู้ใช้งานได้เลย


ขยับมาอีกนิดจะเป็นส่วนของ Smart Apps ที่จะมีการแสดงรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น ข่าวสั้นประจำวัน และพยากรณ์อากาศ

นอกจากนี้ก็ยังมีแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่เอาไว้ใช้งานคู่กับ Smart Phone ที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android ติดมาให้ได้ใช้งานอีกด้วย หรือถ้าหากใช้งานตัวเครื่องเล่นไปสักระยะเวลาหนึ่งแล้วรู้สึกว่าเครื่องช้าๆ เราก็สามารถใช้งานแอพฯ "Speed Up" เพื่อเคลียร์ค่าแคชต่างๆ ที่เกิดจากการใช้งานด้วยเช่นกัน


เนื่องจากตัวของ CloudHDTV นั้นจะมาพร้อมกับจูนเนอร์ดิจิตอล DVB-T2 ในตัว เราจึงสามารถเลือกให้ตัวเครื่องเลือกเปิดไปที่แอพฯ "DTVPlayer" ได้ทันทีเมื่อกดเปิดตัวเครื่องเล่น หรือจะตั้งให้เปิดหน้าจอเมนูหลักขึ้นมากก่อนเป็นอันดับแรกก็ได้
Tags:
  • Cloud HDTV
  • The New CloudHD HDTV
  • Smart Box
  • Android Box
  • DVB-T2
  • Set-top box
  • Sport Promotion_Size 575x200.jpg
  • mhjhtt.jpg
  • LCD575.jpg
 
  
 
 
 
   

OTHER REVIEWS