รีวิว AIS airnet สัมผัสกับประสบการณ์อินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่ เร็วแรงทั้ง ดาวน์โหลด!! และอัพโหลด!! | HOMETHEATERTHAILAND

  • 20161228 980x200-Yamaha.gif

Review

Oatstate

Reviewer

รีวิว AIS airnet สัมผัสกับประสบการณ์อินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่ เร็วแรงทั้ง ดาวน์โหลด!! และอัพโหลด!!

อัพเดทเมื่อ : 2016-02-18 14:15:28

อ่าน : 49363 ตอบ : 0

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่แวะเวียนผ่านมาและรวมถึงแฟนๆ ที่คอยติดตามทั้งข่าวสารและรีวิวต่างๆ อยู่เป็นประจำ กระผมเชื่อได้เลยว่าทุกท่านที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเราส่วนใหญ่จะต้องเปิดอ่านหน้าเว็บไซต์ของเราจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็อุปกรณ์พกพาอย่างเช่น SmartPhone และ Tablet กันใช่ไหมล่ะ? ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนต้องเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตไปโดยปริยาย

ในยุคนี้ที่เป็นยุคของการสื่อสารเฟื่องฟูทำให้ผู้ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถเลือกใช้งานทางอินเทอร์เน็ตได้หลากหลายช่องทาง เช่น ADSL, Docsis, FTTx (Fiber To The Home), 3G และ Wi-Fi เป็นต้น สิ่งที่กระผมจะนำมารีวิวในวันนี้มีชื่อว่า "airnet" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จาก AIS ที่เป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านทางเทคโนโลยี Super Wi-Fi บนคลื่นความถี่ 5 GHz


ส่วนการทำงานของมันจะเป็นอย่างไร? จะแตกต่างกับอินเทอร์เน็ตที่ได้ยกตัวอย่างทางด้านบนหรือไม่นั้นเดี๋ยวคงได้รู้กัน ทั้งนี้ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า airnet ไม่ได้เป็นเรื่องที่ใหม่มากนัก เพราะทาง AIS ได้เปิดตัวเจ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมานานอยู่พอสมควร แต่สิ่งที่ใหม่อย่างเห็นได้ชัดเลยคือกระผมเองก็พึ่งได้มาลองใช้ครั้งแรกแบบจริงๆ จังๆ ก็ครั้งนี้นี่แหละ เอาเป็นว่าเรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

ทราบหรือไม่ว่า airnet, 3G และ ADSL หรืออินเทอร์เน็ตที่เราใช้งานกันตามบ้านมีความแตกต่างกันอย่างไร?

หากจะนิยามถึง airnet กับ 3G, ADSL และรวมถึง Docsis หรืออินเทอร์เน็ตผ่านสายเคเบิล (Coaxial cable) เมื่อลองมองเผินๆ การให้บริการในรูปแบบของ 3G และ airnet จะเป็นการ รับ-ส่งข้อมูล คลื่นสัญญาณไฟฟ้าผ่านทางอากาศ แต่ถ้ามองลึกลงไป 3G และ airnet จะมีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างโดยสิ้นเชิง หากจะให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ เทคโนโลยี 3G จะเป็นการทำงานบนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือผ่านทางคลื่นความถี่ 2100 MHz, 900 MHz และ 850 MHz เป็นต้น ส่วน airnet จะใช้หลักการ รับ-ส่งสัญญาณ เช่นเดียวกันกับเทคโนโลยี Wi-Fi

ในส่วนของ ADSL และ Docsis หลายๆ ท่านคงใช้งานอินเทอร์เน็ตในรูปแบบนี้กันอยู่ใช้ไหมล่ะ? ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ค่อนข้างได้เปรียบตรงที่สัญญาณที่ รับ-ส่ง มานั้นจะมีความเสถียรสูงในระดับที่ดีเลยล่ะ แต่ในความเสถียรของมันก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่โดยเฉพาะ ADSL ที่ในปัจจุบันสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 24 Mbps (ADSL 2+) และมีความเร็วอัพโหลดอยู่ที่ราวๆ 1 Mbps เท่านั้น จากความเร็วของค่าอัพโหลดในเบื้อต้นถือว่าไม่เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันเท่าไหร่นัก และอีกหนึ่งข้อเสียของ ADSL คือผู้ใช้งานจะต้องเสียเงินค่ารักษาเบอร์โทรศัพท์บ้านเดือนละ 100 กว่าบาท ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้งานโทรศัพท์บ้านก็ต้องเสียเงินค่ารักษาเลขหมายนี้อยู่ดี!!

สำหรับเจ้า airnet ที่กระผมจะนำมารีวิวให้ได้ชมนั้นเป็นการทำงานบนเทคโนยี IEEE 802.11n หรือจะให้เข้าใจง่ายๆ เลยมันก็คือ Wi-Fi ชนิดหนึ่ง แต่ความพิเศษของ airnet นั้นอาจจะเรียกได้ว่า Super Wi-Fi ขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ เพระว่าในการทำงานของ airnet จะใช้คลื่นความถี่ในย่าน 5 GHz เป็นสื่อกลางสำหรับ รับ-ส่งสัญญาณ ผ่านทางอากาศ ซึ่งในคลื่นความถี่นี้เองจะมีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถหลบหลีกคลื่นสัญญาณรบกวนได้ดี และหลีกหนีความหนาแน่นบนคลื่นความถี่ย่าน 2.4 GHz ที่นิยมใช้งานใน Router ทั่วๆ ไปตามบ้านนั่นเอง


จากภาพจะแสดงให้เห็นการทำงานของเจ้า airnet ทีว่านี้ หลายๆ ท่านอาจจะยังงงๆ อยู่ เดี๋ยวกระผมจะแถลงไขในแบบฉบับที่คุณผู้อ่านต้อง "ร้องอ่อ" ให้ได้ชมกันนะจ๊ะ

มาดูลักษณะการทำงานของเจ้า AIS airnet ที่ว่านี้กัน

การทำงานของ airnet จะประกอบด้วยอุปกรณ์หลักอยู่ 2 ส่วนคือ ส่วนของผู้ใช้บริการหรือ CPE (Customer-premises equipment) และส่วนของผู้ให้บริการหรือ ISP (Internet service provider) ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งจะใช้สายอากาศ (Antennas) ในย่านความถี่ 5 GHz สำหรับ รับ-ส่งสัญญาณ โดยอุปกรณ์ของผู้ให้บริการ airnet จะติดตั้งอยู่กับเสา รับ-ส่งสัญญาณ โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ Base Station นั่นเอง

ทั้งนี้อุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นที่ติดตั้งอยู่ระหว่างบ้านและ Base Station ต้องมีรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางมาบดบังมากนัก เพราะจะทำให้คุณภาพสัญญาณในการเชื่อมต่อระหว่างกันถูกลดทอนลงไปได้



ข้อดีของการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางบริการของ AIS airnet จะเป็นการ รับ-ส่งข้อมูล ในแบบ Symmetric ทำให้ความเร็วทั้งขาดาวน์โหลดและขาอัพโหลดมีความเร็วเท่ากัน ไม่ต้องเดินสายโทรศัพท์และสายเคเบิลให้ยุ่งยากเหมือนกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบ ADSL และ Docsis เป็นต้น ไม่ต้องเสียค่าบริการเดือนละ 100 กว่าบาทเหมือนกับการใช้งาน ADSL และในการให้บริการใน 1 Access Point จะจำกัดผู้ใช้งานไว้ไม่เกิน 20 รายต่อ 1 Access Point เพื่อให้การใช้งานของลูกค้าเป็นไปได้อย่างราบลื่นที่สุด!!


ทาง AIS ได้แบ่งรูปแบบการให้บริการ airnet ออกเป็น 2 ส่วนคือ ลูกค้าทั่วไป และลูกค้าองค์กร
โดยทั้ง 2 แบบจะมีความแตกต่างกันอย่างไรนั้นเดี๋ยวคงต้องไปดูกัน

>>> แพ็กเกจสำหรับลูกค้าทั่วไป <<<


เหมาะสำหรับผู้ใช้งานตามบ้านทั่วไป มาพร้อมกับความเร็วในขาอัพโหลดที่เหนือกว่า ADSL ทั่วๆ ไป ทำให้ผู้ใช้งานสามารถท่องเว็บ, รับส่ง E-mail, เล่น Social Network, อัพโหลดรูปภาพ, เล่นเกมส์ออนไลน์, ดู VDO Streamming และอัพโหลดคลิปหรือดู YouTube ได้อย่างลื่นไหล

หมายเหตุ สำหรับแพ็กเกจนี้จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Home และ Home Plus โดยแบบ Home จะไม่รองรับการทำ Port Forward ถ้าท่านไหนต้องการต่อพวกอุปกรณ์ CCTV และใช้สำหรับแชร์ไฟล์ หรือ P2P แนะนำให้ใช้แบบ Home Plus เพราะแพ็กเกจนี้จะรองรับการทำ Port Forward

>>> แพ็กเกจสำหรับลูกค้าองค์กร <<<

เหมาะสำหรับองค์กรประเภทธุรกิจ SME, Internet Cafe และองค์กรณ์ขนาดเล็ก โดยรูปแบบการให้บริการจะเน้นไปที่ความต้องการในการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว เช่น Video Conference, ความต้องการตั้ง Server ต่างๆ และสามารถใช้งานพร้อมๆ กันได้หลายเครื่อง

หมายเหตุ แพ็กเกจนี้กระผมคิดว่าน่าจะเป็นการให้บริการในรูปแบบของการ Fix IP มาให้เลย หากท่านไหนสนใจจะใช้บริการแพ็กเกจนี้ลองสอบถามไปที่ทาง AIS airnet อีกครั้งนึงแล้วกันจ้า (แอบเสียดายที่ทาง AIS airnet ไม่ได้เปิดแพ็กเกจนี้มาให้กระผมได้ทดสอบ อิอิ)
 


หลังจากที่กระผมได้แนะนำและได้เกริ่นถึงคุณสมบัติเด่นของเจ้า AIS airnet ไปเมื่อข้างต้นนี้แล้ว คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านน่าจะเริ่มรู้จักเจ้า airnet หรืออินเทอร์เน็ตขั้นเทพส่งตรงผ่านทางอากาศกันแล้วใช่ไหมล่ะ? ถ้าหากท่านไหนยังไม่ค่อยเข้าใจหลักการทำงานของมันเดี๋ยวเราค่อยไปดูที่ส่วนของการติดตั้งและการใช้งานอีกที แต่ก่อนอื่นกระผมจะพามาชมดีไซน์ของอุปกรณ์หลักที่เราจะได้รับ เมื่อขอติดตั้งใช้งาน airnet พูดง่ายๆ เลยก็คืออุปกรณ์ฝั่งของผู้ใช้บริการหรือ CPE (Customer-premises equipment) นั่นเอง ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลยจ้า


มาเริ่มกันที่เสา รับ-ส่งสัญญาณ หรือ Antennas กันก่อน ซึ่งทางเทคนิคของวงการโทรคมนาคมเขานิยมเรียกว่า "สายอากาศ" นั่นเอง อันนี้แถมให้เป็นความรู้จ้า!!

ตัวของสายอากาศในส่วนของผู้ใช้บริการหรือ CPE (Customer-premises equipment) ที่ทาง AIS airnet ได้ให้มานั้น จากที่กระผมได้ลองค้นหาข้อมูลพบว่าเป็นของ WITELCOM รุ่น Nitro CPT-55-17 สเปคของมันคร่าวๆ มีดังนี้

Unit Size

223 x 123 x 60 mm (housing)

Integrated Antenna 17 dBi 5 GHz Wide Band (5.1–5.9 GHz), Linear (V&H) polarization & (H/V) 30x20 degrees beam with
(at -3dBm)
Radio mode Bride mode, Router mode, NAT mode
External Connectors Weather sealed RJ45
Transfer Data Rate (Link Speed) Up to 300 Mbps (Link speed), 100 Mbps (Full duplex)
Power source 24V POE (kit Included) - for up to 50 meter cable.

ทั้งนี้ตัวสายอากาศที่ให้มานั้นจะรองรับการทำงานในย่านความถี่ 5 GHz และมีกำลังส่งอยู่ที่ 1 วัตต์ ซึ่งทำความเร็วได้สูงสุดที่ 100 Mbps (Full duplex) และรองรับการใช้งาน airnet ในรัศมี 3-5 กิโลเมตรที่ความเร็ว 10 Mbps


ลักษณะของหน้าคลื่นสัญญาณที่ถูกส่งออกจากสายอากาศแบบ 802.11N with 2 x 2 MIMO OFDM บนตัวของ WITELCOM รุ่น Nitro CPT-55-17 จะมีลักษณะเช่นนี้
Tags:
  • AIS airnet
  • Wi-Fi
  • Super Wi-Fi
  • mhjhtt.jpg
  • Sport Promotion_Size 575x200.jpg
  • LCD575.jpg
 
  
 
 
 
   

OTHER REVIEWS